เกี่ยวกับช่องเขาขาด

"ช่องเขาขาด" หรือ "ช่องไฟนรก" เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) ตลอดเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า มีหลายจุดที่มีเนินหิน ภูเขา หน้าผา หรือหุบเหวขวางอยู่จึงต้องขุดให้เป็นช่องเพื่อที่รถไฟสามารถวิ่งผ่านไปได้ซึ่งที่ช่องเขาขาดหรือช่องไฟนรก เป็นจุดที่ใหญ่ที่สุดบนเส้นทางนี้ การขุดเจาะช่องเขาขาดเริ่มในเดือนเมษายน ปีพ.ศ. 2486 ปรากฏว่างานล่าช้ากว่ากำหนดจึงมีช่วงที่เร่งงานซึ่งแรงงานแต่ละกะต้องทำงาน ถึง 18 ชั่วโมงโดยงานส่วนใหญ่ล้วนใช้แรงคนทั้งสิ้น เช่นการสกัดภูเขาด้วยมือ ซึ่งเป็นการทำงานที่ทารุณยิ่ง เนื่องจากต้องปีนลงไปสกัดในช่องเขาซึ่งบางช่วงสูงถึง 11 เมตร จนแทบไม่มีอากาศหายใจทั้งยังต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนมีนาคม ในภาวะขาดแคลนน้ำและอาหาร เมื่อเจ็บป่วยแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอต่อการพยาบาลต้องดูแลกันตามมีตามเกิด เชลยศึกและกรรมกรที่ช่องเขาขาดต้องทำงานตอนกลางคืนด้วยแสงไฟจากคบเพลิงและกองเพลิงทำให้สะท้อนเห็นเงาของเชลยศึกและผู้คุมวูบวาบบนผนังทำให้ที่นี่ได้รับการขนานนามว่า "ช่องไฟนรก" หรือ Hellfire Pass

ช่องเขาขาด พิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ (เปิดเวลา 09.00-16.00 น.หยุดวันอาทิตย์)
ในบริเวณของช่องเขาขาด ยังมีพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำช่องเขาขาดที่ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์อย่างสวยงามโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อเป็นที่รวบรวมข้อมูล ภาพถ่าย สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ มินิเธียร์เตอร์ที่มีการฉายภาพยนตร์เงียบ ขาวดำ ซึ่งถ่ายทำจากเหตุการณ์จริงในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ
ทางเดินตามทางรถไฟช่องเขาขาด-สถานีหินตก
จากด้านหลังของพิพิธภัณฑ์มีบันไดเดินลงไปเส้นทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งมีการปรับแต่งพื้นที่เพื่อให้สามารถเดินชมได้สะดวกขึ้นตั้งแต่บริเวณช่องเขาขาดไปจนถึงสถานีหินตก เป็นทางรถไฟเดิมซึ่งบางช่วงยังเหลือร่องรอยของทางรถไฟ ไม้หมอน และเหล็กสกัดให้เห็น ส่วนบริเวณสะพานหินตกซึ่งสร้างหุบเหวลึกชัน ไม่เหลือร่องรอยให้เห็นแล้ว ในการก่อสร้างตัวสะพานพังลงมา 3 ครั้ง กว่าจะสร้างสำเร็จ มีป้ายอธิบายเป็นระยะๆ การเดินไปกลับตลอดระยะใช้เวลาประมาณ 4 ช.ม. นาที แต่สามารถเลือกเดินระยะสั้น จากพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ใช้เวลาราว 1 ช.ม.30 นาที ทางเดินโรยกรวดก้อนใหญ่แบบทางรถไฟทั่วไป สองข้างทางเป็นป่าไผ่และไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าพื้นแข็ง และเตรียมน้ำดื่มไปเองเพราะตลอดทางไม่มีร้านค้าระหว่างทาง




